[BT] Cheshire Canavalia
posted on 05 Jan 2009 18:29 by kotsuki-yuka in Blodwen
Name - Surname - Nickname :: Cheshire Canavalia (Che)
เพศ :: หญิง
สถานะ :: โสด
อายุ :: 27
วันเกิด :: 30 กรกฎาคม 1984
ส่วนสูง :: 175
น้ำหนัก :: 51
สัญชาติ :: บลอดเวน
เชื้อชาติ :: ฝรั่งเศส
ศาสนา :: คริสต์
ที่อยู่ :: อาศัยอยู่ในร้านของตัวเอง ย่านชุมชน
สถานที่ทำ :: อยู่ในย่านชุมชน รูปแบบร้านเป็นแนววินเทจ(ไว้จะวาดมาให้ดูค่ะ)
ของที่ไม่ชอบ :: ของเผ็ดมาก, เด็กเล็กๆ, ลูกค้าที่เข้ามาแล้วไม่ซื้อของ
สีที่ชอบ :: ม่วง, ดำ, แดง, น้ำเงินเข้ม, น้ำตาลไหม้, เขียวมะนาว
ความฝัน :: ทำร้านให้ใหญ่กว่านี้แต่ไม่มีงบ
เป้าหมายในชีวิต :: เป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ระดับโลก
ความสามารถพิเศษ :: ทำอาหาร, เล่นเปียโน, สีไวโอลิน, เมคอัพ
งานอดิเรก / สิ่งที่ทำเวลาว่าง :: รดน้ำต้นไม้, ออกแบบเสื้อผ้า, เดินเล่นในเมือง, ทำอาหาร, ฝึกเมคอัพ
นิสัย :: เชอเชียร์เป็นคนที่เริ่ด เชิด หยิ่งยโสโอหัง เอาแต่ใจ ด่าได้ด่าดีและไม่หยุดง่ายๆ ขี้บ่น อยากได้ก็ต้องได้ ถ้าไม่อยากก็จะถีบหัวส่งไปไกลๆ ในสายตาของคนอื่นเธอก็คือนางมารร้ายดีๆนี่เอง แต่แท้จริงแล้ว เชอเชียร์เป็นคนที่เอาใจใส่ดูแลคนอื่นยิ่งกว่าตัวเอง เป็นคนรักสงบ ไม่ยุ่งกับใครและไม่ระรานคนอื่นก่อน เธอเป็นคนที่เห็นคนอื่นที่มีสภาพแย่(เช่น ใบหน้าซีดเซียว ไร้สีสัน ปากแห้ง มีกระ มีสิว ฯลฯ) หล่อนจะเป็นคนแต่งหน้าให้เอง
-เชอเชียร์เป็นคนที่ไม่ชอบสนิทกับคนอื่นก่อน
-เชอเชียร์จะเรียกคนอื่้นที่ไม่สนิทด้วยคำว่า คุณ ถ้าสนิท ก็จะเรียกเป็นื่อคนคนนั้น
"พ่อไม่สนับสนุนให้แกเป็นหรอก ไอแฟชั่นดีไซน์เนอร์บ้าบออะไรนั่นน่ะ!!!"
"ฉันจะให้แกเป็นผู้สืบทอดกิจการทั้งหมดของครอบครัวเรา"
"ถ้าออกไปแล้วแกไม่ต้องกลับมาอีก!!!"
"ไม่ต้องกลับมาอีก!!!"
"ไปให้พ้นหน้าฉัน!!!"
“แฮ่กๆๆๆ.....”เสียงหายใจถี่แรงที่ขัดกับความเงียบสงบของยามวิกาล แสงจันทรานวลดวงโตที่พาดผ่านเข้ามาทางกระจกบานใหญ่ในห้องนอน สะท้อนกับเนื้อขาวเนียนที่นั่งอยู่บนเตียง มือเรียวกุมขมับก่อนที่พึมพำอะไรบางอย่าง อดีตที่ย้อนกลับมากลายเป็นฝันร้ายตามหลอกหลอน คำค้านที่ถูกประกาศเสียงกร้าวทำให้ฉันสะดุ้งตื่น
“ตามมาหลอกหลอนฉันอยู่ได้...........บ้าเอ๊ย....”ฉันลุกจากเตียงก่อนที่จะเดินคลำหาสวิตช์ไฟเพื่อเปิดมัน แสงไฟสว่างโร่ไปทั่วห้อง เสียงคนที่นอนอยู่ด้านบนบ่นอิดออด
“เชอ.....เปิดไฟทำไม คนจะหลับจะนอน”กล่าวจบเอาหน้าซุกหมอนแล้วเอาผ้าห่มคลุมโปง
“แปปเดียวน่าเวล เดี๋ยวฉันปิดไฟให้” ฉันเอ่ยก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัวเปิดไฟเพื่อให้มองเห็นทาง แล้วเดินไปยังตู้เย็นที่อยู่ในครัวเพื่อหาอะไรกิน ฉันหยิบขวดนมจืดขึ้นมาก่อนที่จะดื่มรวดเดียวหมดแล้วดื่มน้ำสะอาดตาม ก่อนที่จะเดินไปกดฟังข้อความเสียงที่โทรศัพท์
“คุณมีหนึ่งข้อความเสียง ตื๊ด...........”
“เฮ้! เชอเตรียมงานของมิสเดลล่าเสร็จรึยัง พรุ่งนี้นำมาด้วยนะถึงตากลุ่มเราต้องพรีเซนต์แล้ว ฝันดีจ๊ะ”
ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อเสียงข้อความจบ ฉันรีบเดินไปปิดไฟในส่วนของห้องนอนเพราะเวลกำลังนอนอยู่เดี๋ยวเธอจะบ่นใส่ฉันไปมากกว่านี้ ก่อนที่จะเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ฉันรีบเตรียมฟิวเจอร์บอร์ด เอกสารสำหรับ พรีเซนต์พรุ่งนี้ ฉันเดินไปเดินมารอบห้อง ท่องสิ่งจะต้องพรีเซนต์ในวันพรุ่งนี้ มิสเดลล่าโหดจะตาย หล่อนจ้องจับผิดเฉพาะพวกเราและยังพยายามป้ายความผิดเรื่องต่างให้ หล่อนน่ะบ้าจริงๆ ฉันเริ่มง่วงอีกครั้งก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องโดยไม่ลืมปิดไฟ ฉันมองไปที่โต๊ะเครื่องแป้งของตัวเอง ลิปสติกสีแดงสดมันวาว และเครื่องสำอางเสริมความงามหลายรูปแบบที่กองอยู่โต๊ะไปหมด ลองมาย้อนนึกดูอีกที ฉันเริ่มแต่งหน้าจัดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ........
“เธอเห็นสีหน้าหล่อนไหม? ขำซะไม่มี ได้แต่ทำสีหน้าอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว”เวลพูดด้วยความขบขัน ตอนนี้เราพรีเซนต์เสร็จแล้ว หมดช่วงเวลาเรียน พวกเราจึงออกมาทานเค้กที่คาเฟ่หน้าสถานี ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องที่เราพรีเซนต์ไป ฉันออกไปกล่าวเนื้อหาที่จะต้องพรีเซนต์อย่างฉะฉาน มิสเดลล่าไม่มีทางได้พูดแทรกเลย ขืนหล่อนแทรกสิ ฉันจะไม่มีทางได้พูดอะไรต่ออีก
“นี่ อีกเดือนเดียวเราก็จะจบกันแล้วนะ เชอจะเปิดร้านเลยรึเปล่า?”คิสถามฉัน ฉันนิ่งไปก่อนที่จะส่ายหน้าน้อยๆของตัวเอง
“อาจจะยังก่อน ฉันยังไม่มีแรงบันดาลที่จะออกแบบเสื้อเลย”ฉันตอบคิสไป คิสพยักหน้าก่อนที่จะหันไปถามเวลาด้วยคำถามเดียวกันกับฉัน
“ฉันจะไปเป็นลูกมือของแม่ฉันที่ร้านน่ะ ”เวลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ฉันดีใจด้วยกับเธอที่มีแต่คนสนับสนุนในสิ่งที่เธออยากจะเป็น บ้านของเวลเปิดห้องเสื้อ แม่ของเธอเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ระดับโลก จึงทำให้เวลใฝ่ฝันอยากจะเป็นอย่างแม่ของเธอ ต่างกับฉันที่มีแต่คนกดดัน ทับถม ดูถูก และไม่สนับสนุน ฉันนึกน้อยใจตัวเองนัก
พวกเรานั่งกินเค้กกันเสร็จต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ฉันกับเวลอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเราออกค่าเช่ากันคนละครึ่ง เวลเป็นคนน่ารัก ผมสีบลอนด์ยาวเป็นเกลียวสลวยดูเป็นคุณหนูดี แต่นิสัยของเธอเหมือนเด็กๆ เวลาอยากได้อะไรเธอมักจะทำตาวาว ส่วนฉันเป็นคนเจ้าระเบียบ ขี้บ่น ขี้โมโห เวลมักจะชอบยั่วโมโหฉัน จนบางทีฉันก็รำคาญ ที่โรงเรียนทุกคนต่างพากันคอยถากถางแล้วก็เย้ยหยันฉันในเรื่องการทำงาน ไม่มีใครจริงใจกับฉัน ทุกคนพากันใส่หน้ากากเข้าหากันเต็มไปหมด แต่ยกเว้นสองคนนี้ พวกเธอเดินเข้ามาพบฉันหลังจากที่ฉันพึ่งด่าพวกที่วิ่งหนีไป พวกเธอยิ้ม ตอนนั้นฉันแทบจะเผลอด่าพวกเธอไปอีกคน แต่ทั้งสองยิ้มแล้วยื่นมือมาแนะนำตัว
พวกเธอสองคนเป็นคนดีมาก “เวล” “เวลล่า บอสเกรทตั้น”ผมสีบลอนด์ยาวเป็นเกลียวสลวยดูเป็นคุณหนู ดวงตาโตวาวสีมรกต ส่วนสูงที่ไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร นิสัยที่เหมือนเด็กๆ บางทีก็ดูเหมือนจะพูดไม่ค่อยคิด แต่กลับกลายเป็นมิตรแท้ของฉันที่ทนฉันด่าฉันโขกสับหล่อนในเรื่องงานบ้านต่างๆ บางทีดูทำงานไม่เอาอ่าว แต่กลับเป็นลูกสาวของแฟชั่นดีไซน์เนอร์ระดับโลก พ่อของเวลทำอสังหาริมทรัพย์
ส่วน”คิส” “คิส เจโนวา” สาวร่างบางผมสีม่วงอ่อน ดวงตาเรียบเฉยสีฟ้าหม่น เธอสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เป็นสาวเรียบร้อย น่ารัก สดใส คุณหนูจริงๆ เป็นคนที่อ่อนไหวมากและเป็นคนเดียวที่ฉันไม่กล้าว่าแรงๆ เพราะมีครั้งหนึ่งที่ฉันเผลอหลุดตะคอกด่าเธอออกไป เธอร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรไม่ได้หยุดกันเลยทีเดียว พ่อกับแม่ของเธอทำไร่องุ่นจัดจำหน่ายส่งไวน์ที่พวกเธอผลิตได้นั้นไปทั่วโลกจนเป็นที่รู้จัก ฉันเคยคิดว่าจะมีคนแบบพวกเธอสองคนอีกรึเปล่าที่ฉันจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้โดยไม่รังเกียจกัน
ช่วงเวลาผ่านไปไวมาก เผลอแปปเดียว ฉันก็เรียนจบแล้ว ทุกคนขึ้นไปรับเกียรติบัตรที่แสดงว่าเรียนจบ จากนั้นก็ก็ถ่ายรูปรวมแล้วต่างคนก็ไปถ่ายกันตามอัธยาศัย ตอนนี้ทุกคนจบแล้ว ทุกคนมีที่ที่จะกลับไป แต่ฉันล่ะ? ไม่มีที่ไหนนอกจากบ้านให้กลับ ตอนนี้ฉันนึกถึงคำพูดที่เคยพูดกับคิส ............ฉันยังไม่มีแรงบันดาลใจมากพอในการออกแบบเสื้อผ้า...............ฉันคิดว่า ฉันจะเดินทางรอบโลกด้วยเงินเก็บของฉัน ฉันไม่อยากพึ่งพาใคร เมื่อฉันที่ที่มีสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันก็จะอยู่ที่นั่น พอฉันเล่าให้สองคนนั้นฟังพวกเธอกลับบอกว่า “ว้าววว มันสุดยอดมากเลยเชอ ฉันเองก็อยากไปเที่ยวรอบโลกอย่างเธอบ้าง ผจญภัยสู่โลกกว้างงง~”เวลเป็นคนพูด เวลกับคิสไปส่งฉันที่สนามบิน พวกเราล่ำลากันพอเป็นพิธี ประเทศแรกที่ฉันจะไปคือกรีซ ฉันชอบสไตล์เสื้อผ้าของพวกเขา มันดูสวยแล้วมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ หลังจากนั้นไม่นานฉันได้เดินทางไปอิตาลี่ ฉันได้เจอคนคนหนึ่งที่ฉันไม่คิดว่าจะเจอ “พ่อ..........”ฉันจ้องมองไปยังบุรุษตรงหน้า “เฮลเมอร์ คานาวาเลีย”ใบหน้านั้นยังดูหนุ่มเหมือนเดิม มีแต่คนอิจฉาในความอ่อนวัย ผมสีดำ ดวงตาสีมรกต ร่างสูงโปร่ง ข้างตัวของเขานั้นมีบอดี้การ์ดอยู่สองสามคน
“ไงเชอเชียร์ หนีหัวซุกหัวซุนไปถึงไหนแล้วล่ะ”ฉันสาบานได้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนเริ่ม
“ทำไมคนอย่างฉันต้องหนีด้วยล่ะ.......ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”ฉันเอ่ยกลับไปบ้าง
“หึ......ถ้าแกกลับมาสืบทอดกิจการฉันก็ยังคงที่จะอภัยให้ เชื่อเถอะ ว่าการเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์กระจอกๆนั่นจะทำให้แกรุ่งโรจน์ได้แค่ไหนเชียว...”สิ้นเสียงของพ่อ ฉันรู้สึกอยากจะชกเขาสักเปรี้ยงถ้าไม่ติดว่าเขามีบอดี้การ์ดและเพราะเขาเป็นพ่อฉันล่ะก็....
“กระจอกแล้วมันจะทำไม ยังไงมันก็คือความฝันของฉัน ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงมันได้หรอก!! แม้แต่คุณเองก็ตาม ฉันจะไม่ยอมให้คุณเปลี่ยนมันเด็ดขาด นี่คือชีวิตของฉันนะ!!!”ฉันประกาศกลับเสียงกร้าวก่อนที่จะวิ่งออกไปให้พ้นจากตรงนั้น ตอนนี้ฉันรู้สึกเกลียดเขาจริงๆซะแล้ว ในหัวฉันมีแต่คำต่อว่าด่าทอมากมายของเขาเต็มไปหมด บ้าจริงๆ.....
ฉันออกเดินทางต่อ ฉันไม่หยุดง่ายๆเพราะคำพูดแค่นั้นของพ่อหรอกนะ ฉันตระเวนเดินทางไปทั่วโลกอีกครั้ง พยายามนึกในใจว่าจะไม่เก็บคำพูดของพ่อมาทำให้สับสน.....มีช่วงนึงที่ฉันออกแบบเสื้อผ้าไม่ได้เลยสักชุด สมองตื้อไปหมด ไอเดียความคิดต่างๆไม่ผุดขึ้นมาเลย เวลาที่ฉันคิดอะไรไม่ออกมันทำให้ฉันพาลโมโหใส่คนอื่นไปด้วยทุกที......ฉันโทรไปเล่าให้เวลฟัง เวลแนะนำให้ฉันไปเมืองเมืองนึงเพราะคิดว่าฉันน่าจะสบายใจ เธอเป็นคนทำให้ฉันรู้จักกับ บลอดเวน เมืองเล็กๆที่สงบไม่ค่อยมีผู้คนแต่ก็ไม่ได้ขาดสีสัน เมืองนี้อาจจะเหมาะกับฉันก็เป็นได้.........
ฟิคอาจจะดูงงๆไปหน่อยขออภัยค่ะ
